|
ชื่อ: ทัวร์อัฟริกาใต้ 8 วัน (TG) |
รหัส AFDT 01 |
ช่วงเวลา
22 – 29 เม.ย./ 29 เม.ย. - 6 พ.ค./6 - 13 พ.ค./13 - 20 พ.ค./20 - 27 พ.ค./27 พ.ค. - 3 มิ.ย.55
3 - 10 มิ.ย./10 - 17 มิ.ย./17 - 24 มิ.ย./24 มิ.ย. - 1 ก.ค./8 - 15 ก.ค./15 - 22 ก.ค./22 - 29 ก.ค.55
29 ก.ค. - 5 ส.ค./5 - 12 ส.ค./12 - 19 ส.ค./19 - 26 ส.ค./26 ส.ค. - 2 ก.ย.55 |
วันแรก กรุงเทพฯ - สนามบินกรุงโจฮันเนสเบิร์ก (อัฟริกาใต้) |
22.30 น.พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ Entrance 4 เคาน์เตอร์ D16-19 (กรุ๊ป) เจ้าหน้าที่รอรับท่าน
และคณะพร้อมอำนวยความสะดวกในการเช็คอินบัตรโดยสารตลอดจนกระเป๋าสัมภาระก่อนออกเดินทาง
|
วันที่สอง โจฮันเนสเบิร์ก - พริทอเรีย - พักซาฟารี ลอดจ์ - ท่องป่าซาฟารี |
01.15 น.ออกเดินทางโดยสายการบินไทย โดยเที่ยวบินที่ TG 991
07.30 น.ถึงสนามบินโจฮันเนสเบิร์ก ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (นักท่องเที่ยวชาวไทยได้รับการยกเว้น
การขอวีซ่า สามารถพำนักในอัฟริกาใต้ได้ 30 วัน)
09.00 น.นำคณะออกเดินทางสู่เมืองพริทอเรีย เมืองแห่งดอกไม้สีม่วง (Pretoria) เมืองหลวงด้านการ
บริหารของแอฟริกาใต้เมืองนี้ ตั้งตามชื่อของแอนดีส์ พรีทอรีอัส (Andries Pretorius) วีรบุรุษของการ
ต่อสู้รบระหว่างพวกบัวร์ (Boer) กับชนพื้นเมืองผิวดำ พริทอเรีย จึงเป็นเมืองหลวงของชาวบัวร์ที่
พยายามต่อสู้กับพวกอังกฤษเพื่อให้ได้อิสรภาพ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานทูตนานาชาติ ธนาคาร
ทำเนียบประธานาธิบดีและที่ทำการรัฐบาล วุฒิสภาจะจัดประชุมขึ้นที่เมืองพริทอเรีย สิ่งหนึ่งที่โดดเด่น
และอาจถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของเมืองคือ ต้นแจ๊กการันดา (Jacaranda) ที่มีดอกสีม่วงสดบานสะพรั่ง
ดั่งเช่น ซากุระของชาวญี่ปุ่น เมืองนี้ได้สมญานามว่า "City of Jacarandas" ซึ่งจะออกดอกบานสะพรั่ง
ให้ได้เห็นกันในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี นำคณะเที่ยวชมสถานที่สำคัญของเมือง Church Square
จัตุรัสกลางเมืองเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พอล ครูเกอร์ อดีตประธานาธิบดีของรัฐอิสระชาวบัวร์ จัตุรัส
แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ชาวบัวร์มาชุมนุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการปกครอง และรับรู้ข่าวสารบ้าน
เมืองกัน ใกล้กันเป็น City Hall ศาลาเทศบาลเมือง ด้านหน้าอาคารมีอนุสาวรีย์แอน ดรีส์ พรีทอรัสและ
ลูกชาย ผู้ก่อตั้งเมือง Union Building ทำเนียบประธานาธิบดี และที่ทำการของรัฐบาลที่ใหญ่โตมโหฬาร
ราวกับพระราชวัง จนติดอันดับว่าเป็นทำเนียบประธานาธิบดีที่สวยที่สุดในโลก เข้าชมพิพิธภัณฑ์
วูร์เทรคเกอร์ (Voortrekker Monument & Museum) ศูนย์รวมจิตใจของชนผิวขาวเชื้อสายดั้งเดิมของ
ชาวบัวร์ อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการเดินทางอพยพของพวกบัวร์จากปลายแหลมของ
ทวีปเข้าสู่ใจกลางประเทศแอฟริกาใต้และร่วมฉลองครบรอบ 100 ปีของการสู้รบกับชาวพื้นเมือง
13.00 น.รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
14.00 น.แล้วออกเดินทางสู่เขตวนอุทยานสัตว์ป่าขุนเขาพีลันเนสเบิร์ก และป่าซาฟารีของเอกชนเปิด
ให้ท่านได้ท่องป่าซาฟารี ชมสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 ของแอฟริกา คือ สิงโต แรด ควายป่า ช้าง และ เสือดาว
ไปจนถึงเพื่อนๆ ที่น่ารักอย่างยีราฟ ม้าลาย ฮิปโปโปเตมัส และนกนานาชนิด นำท่านเข้าพักในซาฟารี
ลอดจ์ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครัน ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร
16.00 น.ท่องป่าซาฟารีดูสัตว์ที่วนอุทยานสัตว์ป่าขุนเขาพีลาเนสเบิร์ก Pilanesburg Nature Reserve
วนอุทยานสัตว์ป่าขุนเขาพีลาเนสเบิร์ก รถที่จะพาไปชมสัตว์เป็นรถแบบเปิดโล่งด้านข้างเปิดโล่งรับลม
จุคนได้ 20 คน รถแต่ละคันจะมีนายพราน หรือ Ranger ซึ่งเป็นทั้งคนขับรถและไกด์คอยแนะนำวิธีการ
ชมสัตว์ให้ทราบ ป่าพิลาเนสเบิร์กแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 500 ตารางกิโลเมตร พื้นที่เกิดจากภูเขาไฟ
ระเบิดเมื่อหลายร้อยปีก่อน ทำให้ผืนดินมีแร่ธาตุอุดมสมบรูณ์ มีความเขียวชอุ่มเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์
นานับชนิด และแน่นอนหมายรวมถึง ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้า (Big Five) คือ ควายป่า ช้าง สิงโต แรด และเสือดาว
ซึ่งถ้าได้เห็นครบก็ถือได้ว่าเป็นการชมสัตว์ที่สมบูรณ์ แต่ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เพราะสัตว์ที่นี่อยู่กัน
อย่างอิสระ ในป่าซึ่งเป็นป่าโปร่ง ป่าละเมาะและทุ่งหญ้าสะวันนา จนถึงกึ่งทะเลทราย อัฟริกาใต้มีสัตว์
ป่ากว่า 220 ชนิด ซึ่งสัตว์ป่าที่มีชีวิตอยู่อย่างอิสรเสรีตามธรรมชาติ
19.00 น.รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก KWA MARITANE BUSH LODGE HOTEL หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
|
วันที่สาม ท่องป่าซาฟารี - ซันซิตี้ - พักโรงแรมเดอะพาเลซ |
07.00 น.รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
10.00 น.รถ Shuttle Bus นำคณะเดินทางเข้าสู่ “ซันซิตี้” Sun City หรือ The Lost City เมืองลับแล
แห่งหุบเขาแสงตะวัน เป็นเมืองที่ถูกเนรมิตขึ้นจากความคิดของอภิมหาเศรษฐีที่ชื่อว่าซอล เคิร์ซเนอร์
ที่ลงทุนด้วยเงินจำนวนมหาศาลถึง 28,000 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างนาน 18 ปี และความพยายามอีก
ล้นเหลือในการเนรมิต ผืนดินอันว่างเปล่าและแห้งแล้งในแคว้น Bophuthatswana กลางอัฟริกาใต้ให้
กลายเป็นเมืองแห่งความสำราญบันเทิงทุกรูปแบบ โดยการเริ่มสร้างโรงแรมไปเรื่อยๆ ตั้งแต่โรงแรม
เดอะซันซิตี้, โรงแรมเดอะคาบานาส, โรงแรมเดอะคาสเคด จนในปี คศ. 1992 เขาก็ได้สร้างโรงแรมที่
ที่หรูราคาแพงที่สุดในบรรดาโรงแรมทั้ง หลายที่ได้กล่าวมานามว่า เดอะพาเลซ (The Palace or The
Palace of the Lost City) ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียนผสมแอฟริกัน และตกแต่งภายในสไตล์
แอฟริกัน ให้สมกับเป็นอาณาจักรอลังการดาวล้านดวงแห่งนี้
12.00 น.รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่ายอิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวก มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ และทะเลน้ำจืดเทียม
ขนาดใหญ่ยักษ์ที่เรียกว่า Valley of Wave มีลักษณะเหมือนทะเลจริงๆ แวดล้อมด้วยขุนเขาและต้นไม้
ที่จัดตกแต่งอย่างเป็นระเบียบสวยงาม ใกล้ๆ กันคือ สะพานแห่งกาลเวลา Bridge of time สองข้างสะพาน
มีช้างแกะสลักเรียงรายอยู่ สะพานนี้เชื่อมต่อกับกองหินมหึมา ที่เชื่อว่าเป็น The Lost City ที่สูญหายไป
และเพื่อเป็นการตอกย้ำระลึกถึงความทรงจำเขาเลยสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้น ทุกๆหนึ่งชั่วโมงสะพานจะ
ถูกเขย่าเสมือนแผ่นดินไหว นอกเหนือจากนี้ยังมีสนามกอล์ฟระดับมาตรฐานโลก ที่ใช้เป็นสถานที่
แข่งขันกอล์ฟนัดสำคัญๆ มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ออกแบบโดยนักกอล์ฟชื่อดังของโลก Gary Player
คือ Gary Player Golf Course และ Sun City Golf Course โรงภาพยนตร์ ร้านค้า ดิสโก้เธค คาสิโนที่
เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เมืองนี้ไม่เคยหลับใหล สวนสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวมพันธุ์ไม้จาก
ทั่วโลกเอาไว้ พร้อมน้ำตก และธารน้ำไหลรินเอื่อยๆ ที่สร้างความสดชื่อสบายอย่างบอกๆไม่ถูก
บางสถานที่และกิจกรรมบางประเภทถูกสงวนไว้สำหรับแขกที่มาพัก The Palace เท่านั้น
19.00 น.รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในซันซิตี้
นำท่านเข้าสู่ที่พัก THE PALACE OF THE LOST CITY
|
วันที่สี่ ซันซิตี้ - โจฮันเนสเบิร์ก - เหมืองทองเก่า - ชิมเนื้อสัตว์ป่าที่ภัตตาคารคาร์นิวอร์ |
07.00 น.รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
10.00 น.หลังอาหาร นำคณะออกเดินทางกลับสู่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก หรือที่ชาวแอฟริกาใต้เรียกกันสั้นๆ
ว่า โจเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองธุรกิจมาตั้งแต่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน และได้รับฉายาว่า The Gold City ในช่วงศตวรรษ
ที่ 20 มีการแบ่งแยกสีผิว ทำให้เกิดชุมชนต่างผิวขึ้นคนละมุมเมือง โดยแยกเป็นเมืองคนขาว คือ Sandton
และเมืองคนดำคือ Soweto เป็นเมืองลูกรายล้อมโจเบิร์ก ในปัจจุบันโจเบิร์กคลาคล่ำไปด้วยผู้คนและ
อาคารสูงทันสมัย ตัวเมืองโจฮันเนสเบิร์กทุกวันนี้มีลักษณะไม่ต่างกับเมืองใหญ่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น
นิวยอร์ก โตเกียว หรือ ริโอเดอจาเนโร เพราะพลุกพล่านไปด้วยผู้คนและตึกสูงระฟ้า
12.30 น.รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
14.00 น.นำคณะเดินทางเข้าสู่เหมืองทองเก่า Gold Reef City ที่ปัจจุบันได้ถูกปรับปรุงใหม่ให้บริเวณรอบๆ
เหมืองเป็นสวนสนุก ท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศใต้เหมืองทองจริงๆซึ่งในวันนี้ได้ปิดตัวลงไปแล้ว
แต่ยังคงใช้เป็นสถานที่จำลองแสดงการขุดทองแบบในสมัยโบราณในยุคตื่นทองให้แก่นักท่องเที่ยว
ได้ชม และให้ท่านได้มีโอกาสในการร่อนทองจากสายน้ำแร่ที่มีการขุดค้นพบ ท่านอาจโชคดีได้รับ
ทองคำเป็นที่ระลึก อิสระให้ท่านได้สัมผัสกลิ่นอายท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุค
19.00 น.รับประทานอาหารค่ำสไตล์อัฟริกัน ณ ภัตตาคารคาร์นิวอร์ BBQ หอมกรุ่น ที่มีเนื้อ
หลากหลายชนิด ให้ท่านได้ทดลองชิมท่ามกลางบรรยากาศอันโรแมนติก
นำท่านเข้าสู่ที่พัก THE AIRPORT GRAND HOTEL หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน |
วันที่ห้า โจฮันเนสเบิร์ก - เคปทาวน์ - ฟาร์มนกกระจอกเทศ - เทเบิ้ล เมาเท่น |
06.00 น.รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.25 น.ออกเดินทางสู่เมืองเคปทาวน์ โดยสายการบินภายในประเทศ
10.35 น.ถึงเคปทาวน์ ตั้งอยู่ในแหลมทางใต้สุดของประเทศ เป็นเมืองท่องเที่ยวต่างอากาศ และยังมี
แหลมต่างๆ ที่เป็นที่รู้จักกันดีคือแหลมกู๊ดโฮป และแหลมอากุลฮาส ซึ่งตั้งอยู่ปลายใต้สุดของทวีป
แอฟริกา เป็นจุดที่มหาสมุทรแอตแลนติคและมหาสมุทรอินเดียมาบรรจบกันจึงทำให้มีอากาศแปรปรวน
และบริเวณเมืองริมฝั่งทะเลของเคปทาวน์นี้ เป็นเส้นทางที่น่าเที่ยวที่สุดและมีวิวทิวทัศน์ที่งดงามน่า
ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง นำท่านสู่ West Coast Ostrich Farm ฟาร์มเลี้ยงนกกระจอกเทศขนาดใหญ่
เพื่อที่ท่านจะได้สัมผัสกับวงจรชีวิตของนกกระจอกเทศอย่างใกล้ชิด รับชมและรับฟังเรื่องราวของการ
เลี้ยงนกกระจอกเทศ อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ทำรายได้ดี ตลอดจนวงจรชีวิตของสัตว์ปีกที่มีขนาดใหญ่
และวิ่งเร็วที่สุดในโลก
12.00 น.รับประทานอาหารกลางวัน เมนูสเต็กเนื้อนกกระจอกเทศ ณ ภัตตาคาร
13.00 น.จากนั้นขึ้นสู่เทเบิ้ล เมาเท่น ภูเขาสูงยอดตัดตรง เหมือนกับโต๊ะ โดยกระเช้าไฟฟ้าหมุนรอบ
ตัวเอง (Cable Car) ซึ่งในช่วงที่ลมแรงหรือมีฝนตกจะหยุดวิ่งทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้มาเยือน
ขึ้นมาด้านบน มีเส้นทางเดินลัดเลาะไปตามแนวขอบเขา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวรอบด้านได้
อย่างชัดเจน ไกลไปจนถึงตัวเมืองเคปทาวน์ทีเดียว บนภูเขาโต๊ะนี้มีสัตว์ตัวเล็กประเภทหนึ่งหน้าตา
น่าเอ็นดู ชื่อว่าตัวแดสซี่ หรือ กระต่ายหิน (Dassie or Rock Rabbit) มีลักษณะกึ่งผสมระหว่างกระรอก
กับกระต่าย เป็นมิตรกับผู้คนที่ผ่านมาเยือน เมื่อมองไปรอบๆ เราจะเห็นภูเขารายล้อมหลายต่อหลายลูก
แต่ที่โดดเด่น คือ ไลอ้อนเฮด (Lion Head) ภูเขาที่มองดูแล้วใครๆ ก็ต้องพูดว่าคล้ายหัวสิงโตในเวลา
ที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าภูเขาลูกนี้มีสีแดงสวยงามยิ่งนัก
จนได้เวลาอันสมควร นำคณะ เดินทางสู่ย่าน Victoria & Alfred Waterfront วิคตอเรีย อัลเบิร์ต
วอเตอร์ฟร้อนท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ให้คุณได้สัมผัสความมีชีวิตชีวาของ
เคปทาวน์ มีร้านค้า ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ และเป็นท่าเทียบเรือขนาดเล็กด้วย
19.00 น.รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน เลิศรสกับเมนูพิเศษกุ้งมังกร+เป๋าฮื้อ
นำท่านเข้าสู่ที่พัก SOUTHERN SUN NEWLANDS HOTEL หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
|
วันที่หก เกาะแมวน้ำ - เคปพอยท์ - แหลมกู๊ดโฮป - นกเพนกวิน - ไวน์เทสติ้ง |
07.30 น.รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.30 น.รถปรับอากาศนำคณะเที่ยวชมความงดงามที่ซ่อนเร้นของเมืองเคปทาวน์ เมืองเก่าแก่ที่มีอายุ
กว่า 300 ปี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ปลายสุดของอัฟริกาใต้ เป็นเมืองหลวง
ด้านนิติบัญญัติของอัฟริกาใต้ มีอดีตเก่าแก่และทันสมัยที่สุด แถมด้วยรางวัลการเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าใจ
กว้างที่สุดของอัฟริกาใต้อีกด้วย เพราะที่เมืองนี้คนต่างสีผิวสามารถเดินเคียงบ่าเคียงกันได้ทุกสถานที่
คณะลงเรือที่ท่าฮูทเบย์ (Hout Bay) เพื่อไปชมแมวน้ำที่ เกาะดุยเกอร์ (Duiker Island) เหล่าแมวน้ำตัวอ้วน
อุยนอนเบียดเสียดอาบแดดกันเต็มเกาะ ตามธรรมชาติ แล้วแวะเยี่ยมเหล่าบรรดานกเพนกวินอัฟริกันที่
เมืองไซมอน (Simon's Town) ณ เมืองแห่งนี้บ้านเรือนจะตั้งลดหลั่นกันอยู่ตามเนินเขา หันหน้าออกทะเล
ซึ่งเจ้าของส่วนมากเป็นคนมีฐานะทั้งนั้น เมื่อมาถึงบริเวณชายหาดโบลเดอร์ เจ้าบ้านตัวน้อยนกเพนกวิน
อัฟริกัน ตัวผู้มีสีสันมากกว่าตัวเมีย โดยเฉพาะบริเวณขอบตาจะมีสีชมพู คล้ายแต้มสีอายแชโดว์ไว้อย่างนั้น
ส่วนตัวเมียจะไม่มี ลำตัวมีสีดำขาวตัดกัน แต่ตัวเมียมีสีน้ำตาล และมีขนาดใหญ่กว่า นกเพนกวินที่นี่ใช้
ชิวิตอย่างอิสระสบายอารมณ์ตามธรรมชาติ แล้ว เดินทางสู่แหลมแห่งความหวัง หรือ แหลมกู๊ดโฮป
13.00 น.รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เสริฟ์ด้วยเมนูกุ้งมังกร (Crayfish)
14.00 น.นำท่านเที่ยวชมแหลมแห่งความหวัง หรือ แหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) อยู่ในเขตสงวน
Cape of Good Hope Nature Reserve ปลายสุดแหลมมีประภาคารขนาดใหญ่ จะเห็นรอยตะเข็บที่
มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแอตแลนติกมาบรรจบกันได้ชัดเจน บนผิวน้ำซึ่งเป็นเหตุให้บริเวณนี้
ท้องทะเลมักมีหมอกลงจัดอากาศแปรปรวน ทั้งนี้เพราะกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นมาปะทะกัน
ทำให้ยากต่อการเดินทางโดยทางเรือทั้งในสมัยโบราณและปัจจุบัน ทัศนะวิสัยไม่ดีนักทำให้เรือชนหิน
โสโครกหรือชนกันเองเสมอๆ จนก่อให้เกิดเรื่องราวของภาพหลอน มิติอันลี้ลับและเรื่องเล่าขานเกี่ยว
กับฟลายอิ้งดัตช์แมน Flying Dutchman ซึ่งเป็นชื่อเรือที่นักเดินทางเรือชาวดัตช์ ที่พยายามจะเดินทาง
อ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮป ให้ได้แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ทำให้เรือสูญหายไปในทะเลท่ามกลางหมกหนาทึบจน
ทุกวันนี้ และจุดชมวิวที่สวยที่สุดคือ Cape Point เคปพอยท์ จากนั้นนำท่านแวะชมไร่องุ่นและแหล่งผลิต
ไวน์กันที่ กรูทคอนสแตนเทีย ไวน์เอสเตทที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบดัชต์ ซึ่งยังคงรักษาอาคาร
บ้านเรือนสมัยเก่าไว้ได้ในสภาพที่ดีเยี่ยมและสวยงาม มีไร่องุ่นมากมายและเป็นไร่องุ่นที่ดี มีโรงงาน
ผลิตไวน์แดง และมีบริการให้ชิมไวน์กันด้วย จนได้เวลาอันสมควร นำคณะออกเดินทางกลับสู่
เมืองเคปทาวน์
19.00 น.รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก SOUTHERN SUN NEWLANDS HOTEL หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
|
วันที่เจ็ด เคปทาวน์ - โจฮันเนสเบิร์ก - ซาฟารี ลอดจ์ |
06.30 น.รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
09.00 น.ออกเดินทางสู่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก โดยสายการบินภายในประเทศ
11.00 น.ถึงสนามบินโจฮันเนสเบิร์ก เพื่อรอเปลี่ยนเครื่องกลับสู่กรุงเทพฯ
13.40 น.ออกเดินทางโดยสายการบินไทย โดยเที่ยวบินที่ TG 922 |
วันที่แปด คณะเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ |
05.55 น.สายการบินไทย นำท่านเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ |
อัตราค่าบริการ
ผู้ใหญ่พักห้องคู่ (ห้องละ 2 ท่าน) ท่านละ 94,900 บาท
เด็กอายุ 4-11 ปี พักรวมกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน หรือ 2 ท่านมีเตียง ท่านละ 85,900 บาท
เด็กอายุ 4-8 ปี พักรวมกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียง ท่านละ 75,900 บาท
ในกรณีที่ท่านเดินทางคนเดียว ห้องพักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 16,000บาท
อัตรานี้รวม
-ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ รวมค่าภาษี และส่วนเพิ่มของน้ำมันเชื้อเพลิงปรับ ณ วันที่ 1 มกราคม 2555
-ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เส้นทางโจเบิร์ก-เคปทาวน์-โจเบิร์ก
-ค่ารถโค้ชมาตรฐาน ท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่ระบุ
-ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
-โรงแรมที่พักตามระบุในรายการ หรือ เทียบเท่าในระดับเดียวกัน พักห้องละ 2 ท่าน
(ในสาธารณรัฐอัฟริกาใต้ ไม่มีห้องพักแบบ 3 เตียงให้บริการ)
-ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ คัดสรรเมนูและให้ท่านได้เลิศรสกับอาหารท้องถิ่นในแต่ละประเทศ
-ค่าทิปพนักงานขับรถท่องเที่ยวตามโปรแกรมตลอดการเดินทาง
-ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยว และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการ
เดินทาง 1 ท่าน
-ค่าประกันการเดินทางของ บ. MONDIAL ASSISTANCE จก. แบบ FAST LANE TRIPPER PLAN.
คุ้มครองการสูญเสียชีวิต/อวัยวะจากอุบัติเหตุ สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุมากกว่า 16 ปีน้อยกว่า 75 ปี
ไม่เกิน 3,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศไม่เกิน 2,000,000 บาท – หากมีความประสงค์
จะเพิ่มความคุ้มครองในกรณีสัมภาระในการเดินทางสูญหาย ตลอดจนความล่าช้าของสัมภาระและเที่ยวบิน
กรุณาสอบถามและโปรดศึกษาจากรายละเอียดของกรมธรรม์ตามเอกสารแนบท้ายใบจองทัวร์
-ค่ายกกระเป๋าใบใหญ่ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม ส่วนกระเป๋าใบเล็กอยู่ในความดูแลของ
ท่านเองไม่เกิน 7 กิโลกรัม
-สมนาคุณทุกท่านด้วยกระเป๋าใบเล็ก ท่านละ 1 ใบ
อัตรานี้ไม่รวม
-ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
-ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
-ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหาร
และเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น
หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
|