
|
ชื่อ: ทัวร์แอฟริกาใต้ 8 วัน 5 คืน โดยสายการบิน Malaysia Airlines |
| รหัส AFGOT 01 |
ช่วงเวลา 22 – 29 ก.ค./5 – 12 ส.ค. 54
|
วันแรก กรุงเทพ - กัวลาลัมเปอร์ |
17.00 น.พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ สายการบิน
Malaysia Airlines เคาน์เตอร์ M ประตูทางเข้าที่ 6 พบพนักงานของบริษัท ฯ คอยอำนวย
ความสะดวกในการทำเช็คอิน
19.40 น.ออกเดินทางสู่โจฮันเนสเบิร์ก โดยสายการบิน Malaysia Airlines เที่ยวบินที่
MH 781 / MH 203 (แวะเปลี่ยนเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์)
|
วันที่สอง โจฮันเนสเบิร์ก - ซันซิตี้ - ท่องป่าอุทยานแห่งชาติพิเลนสเบิร์ก |
06.00 น.ถึงสนามบินโจฮันเนสเบิร์ก หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และสัมภาระแล้ว
(นักท่องเที่ยวชาวไทยได้รับการยกเว้นการขอวีซ่า สามารถพำนักในแอฟริกาใต้ได้ 30 วัน)
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ “ซันซิตี้” Sun City หรือ The Lost City เมืองลับแลแห่ง
หุบเขาแสงตะวัน เป็นเมืองที่ถูกเนรมิตขึ้นจากความคิดของอภิมหาเศรษฐีที่ชื่อว่า
ซอล เคิร์ซเนอร์ (Sol Kerzner) ที่ลงทุนด้วยเงินจำนวนมหาศาลถึง 28,000 ล้านบาท ใช้
เวลาก่อสร้างนาน 18 ปี และความพยายามอีกล้นเหลือในการเนรมิตผืนดินอันว่างเปล่า
และแห้งแล้งในแคว้น Bophuthat swana กลางแอฟริกาใต้ให้กลายเป็นเมืองแห่งความ
สำราญบันเทิงทุกรูปแบบนำชมบริเวณ Sun City ให้ท่านเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความ
สะดวก มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ และทะเลน้ำจืดเทียมขนาดใหญ่ยักษ์ที่เรียกว่า Valley of
the Waves มีลักษณะเหมือนทะเลจริง ๆ แวดล้อมด้วยขุนเขาและต้นไม้ที่จัดตกแต่งอย่าง
เป็นระเบียบสวยงามใกล้ๆ กันคือ สะพานแห่งกาลเวลา Bridge of Time สองข้างสะพาน
มีช้างแกะสลักเรียงรายอยู่ สะพานนี้เชื่อมต่อกับกองหินมหึมาที่เชื่อว่าเป็น The Lost City
ที่สูญหายไป และเพื่อเป็นการตอกย้ำระลึกถึงความทรงจำ เขาเลยสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้น
ทุกๆ หนึ่งชั่วโมงสะพานจะถูกเขย่าเสมือนแผ่นดินไหว นอกเหนือจากนี้ยังมีสนามกอล์ฟ
ระดับมาตรฐานโลก ที่ใช้เป็นสถานที่แข่งขันกอล์ฟนัดสำคัญ ๆ มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว
ออกแบบโดยนักกอล์ฟชื่อดังของโลก Gary Player คือ Gary Player Golf Course และ
Sun City Golf Course โรงภาพยนตร์ ร้านค้า ดิสโก้เธค คาสิโนที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ทำให้เมืองนี้ไม่เคยหลับใหล สวนสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวมพันธุ์ไม้จากทั่วโลก
เอาไว้ พร้อมน้ำตกและธารน้ำไหลรินเอื่อยๆ ที่สร้างความสดชื่นสบาย ๆ อย่างบอกไม่ถูก
12.00 น.รับประทานอาหารกลางวัน (จีน)
บ่าย นำท่านสู่ป่าซาฟารีที่ วนอุทยานสัตว์ป่าพิเลนส์เบิร์ก Pilanesburg Nature Reserve
มีพื้นที่ประมาณ 500 ตารางกิโลเมตร เกิดจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อหลายร้อยปีก่อน ทำให้
ผืนดินมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ มีความเขียวชอุ่มเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด และนั่น
หมายรวมถึงผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้า Big Five คือ ควายป่า ช้าง สิงโต แรด และเสือดาว ซึ่งถ้าได้
เห็นครบก็ถือได้ว่าเป็นการชมสัตว์ที่สมบูรณ์ แต่ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เพราะสัตว์ใน
แอฟริกาใต้ที่มีอยู่มากกว่า 220 ชนิด อยู่กันอย่างอิสระเสรี กระจัดกระจายกันไปตาม
ธรรมชาติในป่าซึ่งเป็นป่าโปร่ง ป่าละเมาะ และทุ่งหญ้าสะวันนาจนถึงกึ่งทะเลทราย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
ที่พักโรงแรม HUNTER REST
|
วันที่สาม อุทยานแห่งชาติพิเลนสเบิร์ก – พริทอเรีย - เหมืองทองเก่า Gold Reef City - โจฮันเนสเบิร์ก |
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงพริทอเรีย (Pretoria) เมืองแห่งดอกไม้สีม่วง เมืองหลวง
ด้านการบริหารของแอฟริกาใต้ ตั้งตามชื่อของแอนดรีส์ พรีทอรีอัส (Andries Pretorius)
วีรบุรุษของการสู้รบระหว่างพวกบัวร์ (Boer) กับชนพื้นเมืองผิวดำ นอกจากนี้ยังเป็นที่
ตั้งของสถานทูตนานาชาติ ธนาคาร ทำเนียบประธานาธิบดี ที่ทำการรัฐบาล และวุฒิสภา
ภายในเมืองมีการจัดวางผังเมืองอย่างดี สวยงามเป็นระเบียบ อีกสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นและ
ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของเมืองคือ ต้นแจ๊กการันดา (Jacaranda) ดอกไม้สีม่วงสดซึ่ง
จะออกดอกบานสะพรั่งอวดโฉมให้ผู้เดินทางมาเยือนเมืองนี้ได้เห็นกันในช่วงเดือนตุลาคม
ของทุกปี จนทำให้เมืองนี้ได้สมญานามว่า "City of Jacarandas"
นำท่านเที่ยวชมสถานที่สำคัญของเมือง อาทิ จตุรัสกลางเมือง (Church Square) เป็นที่
ตั้งของอนุสาวรีย์พอล ครูเกอร์ (Paul Kruger Monument) ประธานาธิบดีของรัฐอิสระ
ชาวบัวร์ จัตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ชาวบัวร์มาชุมนุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการ
ปกครอง และรับรู้ข่าวสารบ้านเมือง ศาลาเทศบาล (City Hall) ที่มีหอนาฬิกาและมีระฆัง
32 ใบ และออร์แกนลม 6,800 ท่อ ด้านหน้าอาคารมีอนุสาวรีย์แอนดรีส์ พรีทอรีอัสและ
ลูกชายซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเมือง ชม ทำเนียบประธานาธิบดี (Union Building) และที่ทำการ
ของรัฐบาลที่ใหญ่โตมโหฬารราวกับพระราชวัง จนติดอันดับว่าเป็นทำเนียบประธานาธิบดี
ที่สวยที่สุดในโลก อนุสาวรีย์วูร์เทรคเกอร์และพิพิธภัณฑ์ (Voortrekker Monument &
Museum) ศูนย์รวมจิตใจของชนผิวขาวเชื้อสายดั้งเดิมของชาวบัวร์ อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้าง
ขึ้นเพื่อระลึกถึงการเดินทางอพยพของพวกบัวร์จากปลายแหลมของทวีป เข้าสู่ใจกลาง
ประเทศแอฟริกาใต้เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 100 ปีของการสู้รบกับชาวพื้นเมือง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน (จีน)
บ่าย นำคณะเดินทางสู่ เหมืองทองเก่า (Gold Reef City) ที่ปัจจุบันได้ถูกปรับปรุงใหม่ให้
บริเวณรอบ ๆ เหมืองเป็นสวนสนุก เข้าชมภาพยนตร์ประวัติของที่มาแห่ง เมืองโจซี่ และ
สัมผัสกับบรรยากาศใต้เหมืองทองลึก 253 เมตร และชมวิธีหลอมทองคำแท้พร้อมทดสอบ
น้ำหนักจริง สนุกกับเครื่องเล่นอันสุดระทึก ก่อนอิสระเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (Carnivore BBQ African) บรรยากาศแบบแอฟริกา หลากหลาย
ด้วยเนื้อหลายชนิดให้ได้ลิ้มลอง และบริการที่แสนประทับใจ
ที่พักโรงแรม Time Square Executive Suite
|
วันที่สี่ โจฮันเนสเบิร์ก – เคปทาวน์ - ฟาร์มเลี้ยงนกกระจอกเทศ |
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่สนามบิน
10.05 น.ออกเดินทางสู่เคปทาวน์ โดยสายการบิน South Africa เที่ยวบินที่ SAA 323
12.15 น.ถึงสนามบินเคปทาวน์ นำท่านรับประทานอาหารกลางวัน หลังอาหาร
เดินทางเข้าสู่ เมืองเคปทาวน์ ตั้งอยู่ในแหลมทางใต้สุดของประเทศ เป็นเมืองท่องเที่ยวตาก
อากาศ และยังมีแหลมต่าง ๆ ที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ แหลมกู๊ดโฮป และแหลมอากุลฮาส ซึ่งตั้ง
อยู่ปลายใต้สุดของทวีปแอฟริกา เป็นจุดที่มหาสมุทรแอตแลนติคและมหาสมุทรอินเดียมา
บรรจบกัน จึงทำให้มีอากาศแปรปรวน บริเวณเมืองริมฝั่งทะเลของเคปทาวน์นี้เป็นเส้นทาง
ที่น่าเที่ยวที่สุด และมีวิวทิวทัศน์ที่งดงามน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง นำท่านสู่ West Coast
Ostrich Farm ฟาร์มเลี้ยงนกกระจอกเทศขนาดใหญ่ เพื่อท่านจะได้สัมผัสและเรียนรู้วงจร
ชีวิตของนกกระจอกเทศอย่างใกล้ชิดโดยไกด์ฟาร์ม นกกระจอกเทศเป็นสัตว์ปีกขนาดใหญ่
และวิ่งเร็วที่สุดในโลก แต่มีสมองขนาดเท่าเม็ดถั่วแดง สนุกกับการให้อาหารและขี่นก
กระจอกเทศถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
ที่พัก โรงแรม Cape Town Lodge
|
วันที่ห้า เกาะแมวน้ำ - แหลมกู๊ดโฮป –ชิมไวน์ |
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
จากนั้นนำคณะเที่ยวชมความงดงามที่ซ่อนเร้นของเมืองเคปทาวน์ เมืองเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 300 ปี
ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ปลายสุดของแอฟริกาใต้ เป็นเมืองหลวง
ด้านนิติบัญญัติของแอฟริกาใต้ มีทั้งอดีตที่เก่าแก่ และความทันสมัยที่สุด แถมด้วยรางวัลการ
เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าใจกว้างที่สุดของแอฟริกาใต้อีกด้วย เพราะที่เมืองนี้คนต่างสีผิวสามารถเดิน
เคียงบ่ากันได้ทุกสถานที่ แวะลงเรือที่ท่าฮูทเบย์ (Hout Bay) เพื่อไปชม แมวน้ำที่ เกาะดุยเกอร์
(Duiker Island) เหล่าแมวน้ำตัวอ้วนอุยนอนเบียดเสียดอาบแดดกันเต็มเกาะตามธรรมชาติ
จากนั้นแวะชมไร่องุ่นและแหล่งผลิตไวน์กันที่ กรูท คอนสแตนเทีย ไวน์เอสเตท
(Groot Constantia Vine Estate) ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบดัทช์ ยังคงรักษาอาคารบ้าน
เรือนสมัยเก่าไว้ได้ในสภาพที่ดีเยี่ยมและสวยงาม เป็นโรงงานผลิตไวน์แดงที่มีคุณภาพ พร้อม
บริการให้ชิมไวน์ หรือเลือกซื้อไวน์ที่ถูกใจในราคาย่อมเยาว์
เที่ยง อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารสองมหาสมุทร เสิร์ฟด้วยเมนูกุ้งมังกร (Crayfish)
บ่าย จากนั้นนำขึ้นชม แหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) แหลมแห่งความหวังโดยรถไฟ
รางคู่ซึ่งอยู่ในเขตสงวน Cape of Good Hope Nature Reserve ที่ปลายสุดแหลมมีประภาคาร
ขนาดใหญ่ จากที่นั่นท่านจะเห็นรอยตะเข็บบนผิวน้ำที่มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทร
แอตแลนติกมาบรรจบกันได้ชัดเจน ซึ่งเป็นเหตุให้ท้องทะเลบริเวณนี้มักมีหมอกลงจัด
อากาศแปรปรวน ทั้งนี้เพราะกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นมาปะทะกัน เกิดทัศนวิสัย
ไม่ดีทำให้ยากต่อการเดินเรือทำให้เรือชนหินโสโครกหรือชนกันเองเสมอๆ จนก่อให้เกิด
เรื่องราวของภาพหลอน มิติอันลี้ลับและเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับฟลายอิ้งดัทช์แมน Flying
Dutchman ซึ่งเป็นชื่อเรือที่นักเดินทางเรือชาวดัทช์ ที่พยายามจะเดินทางอ้อมผ่านแหลม
กู๊ดโฮป ให้ได้แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ทำให้เรือสูญหายไปในทะเลท่ามกลางหมอกหนาทึบ
จุดชมวิวที่สวยที่สุดคือ เคปพอยท์ (Cape Point) จากนั้นนำท่านกลับสู่เคปทาวน์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ที่ภัตตาคาร (จีน) เมนูพิเศษเป๋าฮื้อ
|
วันที่หก เคปทาวน์ – Table Mountain –ชมเพนกวิน |
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านขึ้นสู่ Table Mountain ภูเขาสูงยอดตัดตรงเหมือนกับโต๊ะด้วยกระเช้า
ไฟฟ้าหมุนรอบตัวเอง (Cable Car)
***หมายเหตุ ในช่วงที่ลมแรงหรือมีฝนตก กระเช้าจะหยุดวิ่ง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย
ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือน*** ขึ้นมาด้านบนเขา จะมีเส้นทางเดินเลาะไปตามแนวขอบ
เขาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวรอบด้านได้อย่างชัดเจนไกลไปจนถึงตัวเมืองเคปทาวน์
ทีเดียวบนภูเขาโต๊ะนี้มีสัตว์ตัวเล็กประเภทหนึ่งหน้าตาน่าเอ็นดู ชื่อว่า ตัวแดสซี่ หรือ
กระต่ายหิน(Dassie or Rock Rabbit) มีลักษณะกึ่งผสมระหว่างกระรอกกับกระต่ายกราม
ฟันหน้าเหมือนม้าเป็นมิตรกับผู้คนที่มาเยือน เมื่อมองไปรอบ ๆ เราจะเห็นภูเขารายล้อม
หลายต่อหลายลูกแต่ที่โดดเด่นคือ ไลอ้อน เฮด (Lion Head) ภูเขาที่รูปลักษณ์คล้ายหัวสิงโต
ในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ภูเขาลูกนี้มีสีแดงสวยงามยิ่งนัก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเคปทาวน์ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองไซมอนส์ (Simon's Town) ณ เมืองแห่งนี้บ้านเรือนจะตั้งลดหลั่น
กันอยู่ตามเนินเขา หันหน้าออกทะเล ซึ่งเจ้าของส่วนมากเป็นคนมีฐานะ เมื่อมาถึงบริเวณ
ชายหาดโบลเดอร์ (Boulder Beach) ท่านจะได้พบฝูงนกเพนกวินแอฟริกา ซึ่งตัวผู้มีสีสัน
มากกว่าตัวเมียโดยเฉพาะบริเวณขอบตาจะมีสีชมพู คล้ายแต้มสีอายแชโดว์ไว้อย่างนั้น
ลำตัวมีสีดำขาวตัดกัน ส่วนตัวเมียจะไม่มีสีที่ขอบตา ลำตัวมีสีน้ำตาล และมีขนาดใหญ่กว่า
นกเพนกวินที่นี่ใช้ชิวิตอย่างอิสระตามธรรมชาติ จากนั้นนำท่านเดินทางกลับและช้อปปิ้ง
สินค้าแบนเนมยุโรปที่ A&V Waterfront อย่างจุใจถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ Big Eye
กระเช้าหอคอยที่สูงที่สุดในเมืองสัมผัสบรรยากาศยามค่ำและแสงสีเคล้าเสียงเพลงจาก
เครื่องดนตรีพื้นเมือง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (จีน)
แล้วนำท่านเข้าพัก ณ โรงแรมที่พัก Cape Town Lodge
|
วันที่เจ็ด เคปทาวน์ –สนามกีฬาฟุตบอล 2010- กรุงเทพฯ |
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก หลังอาหารเดินทางสู่สนามบินแวะชมภายนอก
สนามกีฬาฟุตบอลที่ใช้แข่ง ฟุตบอลโลก ปี 2010 ให้ท่านได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
10.30 น.นำท่านเดินทางสู่สนามบิน
13.40 น.ออกเดินทางสู่กรุงเทพ โดยสายการบิน Malaysia Airlines โดยเที่ยวบินที่
MH 202 / MH 784 (แวะเปลี่ยนเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์)
|
วันที่แปด กรุงเทพฯ |
10.15 น. คณะเดินทางถึงกรุงเทพ ฯ โดยสวัสดิภาพ |
อัตราค่าบริการ
ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน อัตราท่านละ 92,000 บาท
ผู้ใหญ่ พักห้องละ 3 ท่าน อัตราท่านละ 90,000 บาท
พักห้องเดี่ยว เพิ่มท่านละ 12,000 บาท
อัตราค่านี้รวม
-ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ชั้นทัศนาจร โดยสายการบิน MALAYSIA AIRLINES
และภายในโดยสายการบิน SOUTH AFRICAN AIRLINE รวมภาษีสนามบิน
และประกันการเดินทาง
-ค่าโรงแรมที่พักพร้อมอาหารเช้า โดยจัดให้พักห้องละ 2 ท่าน
-ค่าอาหารมื้อเที่ยง และค่ำ พร้อมอาหารเมนูพิเศษตามที่ระบุในรายการ
-ค่ารถรับส่งตามที่ระบุในรายการ
-ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ระบุในรายการ
-บริการของหัวหน้าทัวร์จากกรุงเทพ ฯ
-ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางในวงเงิน 2,000,000 บาท ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
-ค่าทิปพนักงานขับรถ
อัตรานี้ไม่รวม
-ค่าระวางขนส่งที่สายการบินเก็บเพิ่มเนื่องจากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มีน้ำหนักเกิน 20 กิโลกรัม
-ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่นค่าโทรศัพท์ ค่าบริการซักรีด ค่าอาหารและเครื่องดื่มพิเศษที่นอกเหนือจากรายการ
-ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ และพนักงานขนกระเป๋าที่โรงแรม
-ค่ารถรับส่งนอกเหนือจากเวลาที่กำหนด
-ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
|