| สำรองบริการ
ทัวร์ ต่างประเทศ |
| |
ชื่อ :กรุงเทพฯ-อุดร-เวียงจันทร์-หลวงพระบาง 4 วัน 3 คืน วันแม่ |
| รหัส : LAVC 03 |
| วันเดินทาง
: 9 - 12 สิงหาคม 2551 วันแม่ |
| วันแรก กรุงเทพฯ อุดรธานี เวียงจันทน์ วังเวียง
08.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินดอนเมือง อาคารภายในประเทศ เคาท์เตอร์เช็คกรุ๊ป การบินไทย (TG)
09.25 น. นำท่านออกเดินจากกรุงเทพฯ สู่ จ.อุดรธานี ด้วย เที่ยวบินที่ TG1002
10.30 น. เดินทางถึง สนามบิน จ.อุดรธานี นำท่านเดินทางโดยรถปรับอากาศ สู่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว จ.หนองคาย
ผ่านขั้นตอนพิธีการตรวจคนเข้าออกเมืองเป็นที่เรียบร้อย เดินทางข้ามสะพานสู่ นครเวียงจันทน์เมืองหลวงของ สปป.ลาว
นำท่านไปสักการะ วัดพระธาตุหลวง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประตูชัย เป็นศาสนสถานที่สำคัญที่สุด
ของประเทศลาว เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติลาว มีความหมายต่อจิตใจของประชาชนชาวลาวอย่างใหญ่หลวง
แทนถึงความเป็นเอกราชและอำนาจอธิปไตยของลาว สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะโดดเด่น
ที่สุดในอาณาจักรล้านช้าง เป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมในพระพุทธศาสนากับสถาปัตยกรรมของอาณาจักร
มีลักษณะคล้ายป้อมปราการ มีการก่อสร้างระเบียงสูงใหญ่ขึ้นโอบล้อมองค์พระธาตุไว้พร้อมกับทำช่องหน้าต่างเล็กๆ
เอาไว้โดยตลอด ประตูทางเข้าเป็นบานประตูไม้ใหญ่ลงรักสีแดงรอบๆ องค์พระธาตุยังมีเจดีย์บริวารล้อมอยู่โดยรอบ
จากนั้นนำท่านชม อนุสาวรีย์ประตูชัย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของนครเวียงจันทน์ บนถนนล้านช้าง
จะไปสิ้นสุดที่บริเวณประตูชัย สร้างเสร็จในปี พ.ศ.2512 เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวที่สละชีวิต
ในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติพรรคคอมมิวนิสต์ ประตูชัยมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า รันเวย์แนวตั้ง
เพราะการก่อสร้างนี้ใช้ปูนซีเมนส์จากประเทศอเมริกาที่ซื้อมาเพื่อสร้างสนามบินใหม่ในเวียงจันทน์ในระหว่าง
สงครามอินโดจีนแต่พ่ายเสียก่อนจึงได้นำมาสร้างประตูชัยแทน เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะล้านช้าง
กับฝรั่งเศสเข้าด้วยกันอย่างงดงามและกลมกลืนอย่างยิ่ง เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารแม่โขง
(เมืองเวียงจันทน์) บ่าย นำท่านเข้าชม หอพระแก้ว ตั้งอยู่บนถนนเชษฐาธิราช ติดกับทำเนียบประธานประเทศ
แต่เดิมเป็นวัดหลวงประจำราชวงศ์ของลาว พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชโปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2108
เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ที่อัญเชิญมาจากล้านนา ปัจจุบันเป็นหอพิพิธภัณฑ์
จัดแสดงพระแท่นราชบัลลังก์ปิดทองจารึกพระไตรปิฎกภาษาขอมและกลองสำริดประจำราชวงศ์ของลาว
และรวบรวมศิลปะโบราณวัตถุล้ำค่าของลาวไว้ที่นี่ แล้วนำท่านข้ามถนนอีกฝั่งไปชม วัดสีสะเกด ตั้งอยู่บน
ถนนเชษฐาราช ตรงข้ามกับหอพระแก้ว เจ้าอนุวงศ์ทรงสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2361 เป็นสถาปัตยกรรมแบบของไทย
สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นวัดที่เก่าที่สุดในนครเวียงจันทน์ ผนังด้านในของระเบียงที่ล้อมรอบพระอุโบสถ
ไว้มีการเจาะเป็นซุ้มเล็กๆ สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปเงินและพระพุทธรูปดินเผามากกว่า 2,000 องค์
สำหรับระเบียงด้านตะวันตก เป็นที่เก็บรวบรวมเศษชิ้นส่วนของพระพุทธรูป
ด้านหลังของพระอุโบสถมีรางไม้รูปทรงคล้ายพญานาคใช้เป็นรางสำหรับสรงน้ำพระในเทศกาลสงกรานต์
ด้านซ้ายมือเป็นหอไตรสร้างตามแบบอย่างแบบศิลปะพม่า ปัจจุบันวัดนี้ใช้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชของลาว
เดินทางขึ้นเหนือสู่ เมืองวังเวียง (ห่างจากเวียงจันทน์ 156 กม) เมืองวังเวียง เป็นเมืองธรรมชาติสวยสดงดงาม
อากาศเย็นสบาย ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำซองล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง มองเห็นสายน้ำกว้างสลับกับเนินทราย
โดยมีเทือกเขาหินปูนเป็นฉากหลัง วังเวียงได้ฉายาว่า กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
ณ ร้านอาหารนางบด หลังอาหารนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Thavonesouk Resort & Hotel หรือเทียบเท่า
วันที่สอง วังเวียง - หลวงพระบาง (เมืองมรดกโลก)
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่เมืองหลวงพระบาง
ระยะทาง 210 กิโลเมตร ระหว่างทางท่านจะได้ผ่านหมู่บ้านไม้นานาพันธุ์ ขุนเขาหลายสิบลูก เพลิดเพลินไป
กับทัศนียภาพอันงดงาม การทำนาขั้นบันได และหมู่บ้านชนเผ่าต่างๆ ของลาว ผ่านเมือง กาสี พูคูณ เชียงเงิน
และ เส้นทางสายนี้ถือว่าเป็นสันทางที่สวยที่สุด เส้นทางหนึ่งในเอเชียอาคเนย์ เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
ณ ร้านอาหารเทพบุบผา บ่าย เดินทางสู่ พระราชวังเก่า (Royal Palace Museum) เป็นวังที่ เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์
ทรงประทับอยู่ที่นี่จนสิ้นพระชนม์ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ.2518 พระราชวังก็ได้ถูกเปลี่ยนเป็น
พิพิธภัณฑ์ ประกอบด้วย หอฟังธรรม ห้องรับแขกของเจ้ามหาชีวิตและพระมเหสี ห้องท้องพระโรง ทางด้านหลังก็เป็น
พระตำหนักซึ่งมีเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ จัดเก็บไว้เป็นระเบียบเรียบง่าย และนำท่านนมัสการหอพระบาง
ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของหลวงพระบาง เป็นพระพุทธรูปประทับยืน ปรางค์ห้ามสมุทร เป็นพระพุทธรูปศิลปะ
ขอมสมัยหลังบายน น้ำหนัก 54 กก. ประกอบด้วยทองคำ 90% และยังมีพระพุทธรูปนาคปรกสลักศิลาศิลปะขอมอีก
4 องค์ประดิษฐานอยู่ เดินทางไปยังหลัง จากนั้นตรงข้ามพระราชวังนำท่านเดินขึ้นบันได 328 ขั้นสู่
พระธาตุภูษี (Phou Si Mountian) สองข้างทางร่มรื่นด้วยต้นดอกจำปา ภูษีนี้ หมายถึง ภูศรี คือเป็นศรีของ
เมืองหลวงพระบางนั่นเอง ตั้งโดดเด่นกลางใจเมืองมีจุดชมวิวก่อนถึงยอดพระธาตุ มองเห็นวัด บ้านเรือน
ทอดยาวขนานกับแม่น้ำโขงจรดปากแม่น้ำคาน ยอดสูงสุดของภูษี อยู่บนพื้นที่ราบแคบๆ ตัวพระธาตุเป็น
ทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมทาสีทอง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น สูงประมาณ 21 เมตร
จะสวยมากในยามบ่ายแก่ๆ แบบนี้แสงแดแจะส่ององค์พระธาตุเป็นสีทองสุกปลั่ง มีทางเดินรอบองค์พระธาตุ
สามารถชมทิวทัศน์ตัวเมืองหลวงพระบางได้ ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหารอินโดชัยน่า
หลังอาหารให้ท่านเดินเที่ยวชม ถนนข้าวเหนียว ของเมืองหลวงพระบาง หรือ ตลาดมืด ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า
พื้นเมืองเป็นที่ระลึก หลังอาหารนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Manoluck Hotel ระดับมาตรฐาน 3 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่สาม หลวงพระบาง (เมืองมรดกโลก)
05.00 น. ตื่นเช้าซักหน่อยไปร่วม ทำบุญ-ตักบาตร กับชาวหลวงพระบาง
ทุกๆเช้าชาวหลวงพระบางทุกบ้านจะพากันออกมานั่งรอตักบาตรพระสงฆ์ที่เรียงแถวเดินมาตามถนนเป็นร้อยๆ รูป
ซึ่งเป็นภาพยามเช้าที่มีชีวิตชีวาของหลวงพระบางโดยสะท้อนถึงวิถีชีวิตของสังคมอันสงบสุขและความเลื่อมใสศรัทธา
ที่มีต่อพุทธศาสนาที่หยั่งรากลึกลง ในวัฒนธรรมของชาวล้านช้าง และนำท่านแวะเที่ยวชม ตลาดเช้า
ของเมืองหลวงพระบาง
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก หลังอาหารนำท่านลงเรือเดินทางชมวิวทิวทัศน์สองฝั่ง
แม่น้ำโขงสู่ ถ้ำติ่ง (Ting Cave) ซึ่งเป็นถ้ำอยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำโขงมีอยู่ 2 ถ้ำ คือ ถ้ำล่างและถ้ำบน ถ้ำติ่งลุ่ม หรือ
ถ้ำล่างสูง 60 เมตรจากพื้นน้ำ มีลักษณะเป็นโพรงน้ำตื้นๆ มีหินงอกหินย้อย มีพระพุทธรูปไม้จำนวนนับ 2,500 องค์
ส่วนใหญ่จะเป็นพระยืน มีทั้งปางประทานพร และปางห้ามญาติ ถ้ำติ่งบน จะไปทางแยกซ้ายเดินขึ้นบันไดไป 218 ขั้น
ปากถ้ำไม่ลึกมากมีพระพุทธรูปอยู่ในถ้ำแต่ไม่มากเท่าถ้ำล่าง สมัยโบราณเป็นที่สักการะบวงสรวงดวงวิญญาณ
ผีฟ้า ผีแถน เทวดาผาติ่ง ต่อมาพระเจ้าโพธิสารทรงเลื่อมใสพระพุทธศาสนาเป็นผู้นำพระพุทธรูปเข้ามา และจึงทรง
ใช้ถ้ำติ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา แล้วล่องเรือกลับ ก่อนถึงตัวเมืองหลวงพระบางแวะ บ้านช่างไห
ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำโขง มีอาชีพในการหมักสาโท และต้มเหล้าขาว จำหน่ายและยังเป็นแหล่งรวมสินค้า
พื้นเมืองจำพวก ผ้าทอลวดลายสวยงามมากมาย เครื่องเงิน วางจำหน่ายอย่างเป็นระเบียบ ชมความร่วมมือของชาวบ้าน
ที่ได้จัดแต่งลานบ้าน อย่างสวยงามเพื่อรอรับนักท่องเที่ยว ได้เวลาพอสมควรลงเรือเดินทางกลับสู่ตัวเมืองหลวงพระบาง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารบ้านสวนปากอู บ่าย นำเดินทางผ่านหมู่บ้านชนบท
ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านสู่ น้ำตกตาดกวงชี (Kuang Xi Waterfall) ห่างจากหลวงพระบาง 30 กิโลเมตร
ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดในเขตหลวงพระบาง ชมความงามของน้ำตกที่ตกลดหลั่นเป็นชั้นๆ
อย่างสวยงามแต่ละชั้นเกิดจากการผสมของหินปูนสูงราว 70 เมตร มี 2 ชั้น สภาพป่าร่มรื่น มีสะพานและเส้นทางเดินชมรอบๆ
น้ำตก จากนั้นนำท่านเดินทางกลับหลวงพระบาง โดยแวะช้อปปิ้งผ้าพื้นเมืองที่ บ้านผานม เป็นหมู่บ้านชาวไทลื้อ
มีฝีมือในการทอผ้าอย่างสวยงาม อดีตเป็นแหล่งทอผ้าถวายแด่เจ้ามหาชีวิต ปัจจุบันผ้าทอจากบ้านผานมนี้มีชื่อเสียงมาก
และมีการรวมกลุ่มตั้งเป็นศูนย์หัตถกรรมแสดงสินค้า และยังมีการสาธิตให้ท่านชมด้วย นำท่านเที่ยวชม
วัดเชียงทอง (Xieng Thong Temple) เป็นวัดหลวงคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปเวียงจันทน์ และยังได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์
และเจ้าชีวิตศรีสว่างวงศ์วัฒนา กษัตริย์สองพระองค์สุดท้ายของลาว บริเวณที่ตั้งของวัดอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ของตัวเมืองหลวงพระบาง ใกล้บริเวณที่แม่น้ำคานไหลมาบรรจบกันกับแม่น้ำโขง มีพระอุโบสถ หรือภาษาลาวเรียกว่า สิม
เป็นหลังไม่ใหญ่โตนัก หลังคาพระอุโบสถแอ่นโค้งและลาดต่ำลงมาก ซ้อนกันอยู่ 3 ชั้น เป็นศิลปะแบบหลวงพระบาง
ส่วนกลางมี ช่อฟ้า ประกอบด้วย 17 ช่อ ซึ่งเป็นที่สังเกตกันว่า เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์สร้างขึ้นจึงมี 17 ขั้น
ส่วนสามัญจะสร้างกันแค่ 1-7 ช่อ เชื่อกันว่าจะเก็บของมีค่าไว้ในนั้นด้วย ส่วนหน้าบัน หรือภาษาลาวว่า โหง่
เป็นรูปเศียรนาค ความงามของวัดอยู่ที่ความสงบสง่าสะอาดมีการวางผังออกแบบและบำรุงรักษาอย่างดีเยี่ยม
จากนั้นนำท่านเข้าชม วัดวิชุนราช (Visounnarath Temple) สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าวิชุนราช ในปี พ.ศ. 2046
สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบาง ซึ่งอาราธนามาจากเมืองเวียงคำ มีเจดีย์ปทุมหรือพระธาตดอกบัวใหญ่
วัดนี้มีพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่รูปทรงคล้ายแตงโมผ่าครึ่ง ทำให้ชาวลาวเรียกกันว่า พระธาตุหมากโม เป็นทรงโอคว่ำ
ยอดพระธาตุลักษณะคล้ายรัศมีแบบเปลวไฟของพระพุทธรูปแบบลังกาหรือสุโขทัย เจดีย์นี้อาจดูทรุดโทรมมาก
แม้จะมีการปฏิสังขรณ์มา 2 ครั้งแล้วในปี พ.ศ.2402 ในสมัยพระเจ้าสักกรินทร์ (คำสุก) ซึ่งเป็นพระราชบิดาของ
เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ได้โปรดให้มีการบูรณะใหม่และได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ.2457 ในรัชสมัยของ
เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ได้ค้นพบโบราณวัตถุมีค่ามากมาย เช่น เจดีย์ทองคำ พระพุทธรูปหล่อสำริด พระพุทธรูปทองคำ
ปัจจุบันนำไปเก็บไว้ในหอพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง ในพระราชวังหลวงจนปัจจุบัน ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
ณ ร้านอาหารมีชัยผล หลังอาหารนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Manoluck Hotel ระดับมาตรฐาน 3 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ หลวงพระบาง - เวียงจันทน์ หนองคาย อุดรธานี - กรุงเทพฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก หลังอาหาร ออกเดินทางไปยังเวียงจันทน์ ตามเส้นทางเดิม
(เส้นทางวังเวียง) ใน บรรยากาศใหม่ เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารนางบด หลังอาหาร
นำท่านเดินทางสู่เมืองเวียงจันทน์ ก่อนข้ามด่านกลับประเทศไทย ให้ท่านได้ ช้อปปิ้ง สินค้าปลอดภาษี (Duty Free)
เพื่อได้เป็นของฝากก่อนเดินทางกลับเมื่อได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางต่อสูสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว จ.หนองคาย
ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าปลอดภาษี ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน
จ.อุดรธานีเพื่อเดินทางกลับ กรุงเทพฯ
19.45 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพโดย เที่ยวบินที่ TG 1015
20.45 น. เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมประสบการณ์ใหม่ และ ความประทับใจ |
แนะนำเพิ่มเติม
ควรสำรองบริการล่วงหน้าอย่างน้อย
2 สัปดาห์
อุ่นใจทุกการเดินทาง
ด้วยแผนประกันภัยการเดินทางที่คุ้มครองครบถ้วนที่สุดกับเรา |
อัตราค่าบริการต่อท่าน :
ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2-3 ท่าน ท่านละ 15,900 บาท
เด็ก อายุต่ำกว่า 12 ปี (มีเตียงเสริม) ท่านละ 14,900 บาท
เด็ก อายุต่ำกว่า 12 ปี (ไม่มีเตียงเสริม) ท่านละ 13,900 บาท
พักห้องเดี่ยวเพิ่ม ท่านละ 2,500 บาท
อัตรานี้รวม :
- ค่าตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ-อุดรธานี-กรุงเทพฯ สายการบินไทย (TG)
- ค่าที่พักโรงแรม 3 คืน ตามโรงแรมที่ระบุในรายการ หรือเทียบเท่า
- ค่ายาพาหนะนำเที่ยวในประเทศลาว ตามเส้นทางที่ระบุไว้ในรายการ
- ค่าเรือล่องถ้ำติ่ง
- ค่าอาหารทุกมื้อ ตามที่ระบุในรายการ
- ค่าใช้จ่ายของมัคคุเทศก์ท้องถิ่น (บรรยายไทย) นำเที่ยวตามรายการ
- ค่าอากรท่องเที่ยวลาว
- ค่าเที่ยวชมสถานที่ตามที่ระบุในรายการ
อัตรานี้ไม่รวม :
- ค่าวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติ (อัตราตามสถานทูตกำหนด)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าอาหาร-เครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการ, ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น
- ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีท่องเที่ยว (หากมีการเรียกเก็บ)
- ค่าข้าวเหนียวใส่บาตรตอนเข้า
เอกสารประกอบการเดินทาง
- หนังสือเดือนที่ที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง) และมีหน้าว่างเหลือมากกว่า 2 หน้า |
::
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร: 02 758 5154 -6
แฟ็กซ์:
02 758 6296
อีเมล์info@travelfortoday.com
นำไป + add ได้เลย sales@travelfortoday.com
|
|